วิธีรักษาสิวอย่างไรที่ได้ผล?

สาเหตุของการเกิดสิวนั้นมีอยู่มากมาย วิธีลดน้ำหนัก สาเหตุหลักอาจจะมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่ทำงานมากจนเกินไป จึงส่งผลออกมาทางร่างกายให้รับรู้ และไม่ใช่แค่เพียงสาเหตุนี้เท่านั้นยังมีอีกหลายสาเหตุที่สามารถทำให้เกิดสิวบนใบหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดของผิวหน้า การเลือกใช้เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งการดูแลรักษาหน้าที่ไม่ถูกวิธีทำให้เกิดอาการอักเสบบนผิวหน้าและทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นนอกจากการดูแลและการป้องกันการเกิดสิวแล้ว เรายังมีวิธีการในการรักษาสิวแบบหลากหลายที่สาวๆสามารถเลือกวิธีการได้เองตามใจชอบ บางคนเลือกที่จะป้องกันมากกว่าแก้ไข แต่สภาพผิวหน้าของสาวๆแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนมีสภาพผิวที่แพ้ง่าย สิวจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่และเรื้อรังมากที่สุด เพราะบางคนนั้นก็เป็นสิวอักเสบซึ่งรักษาได้ยากมาก ยาลดน้ำหนัก แต่ก็ยังพอมีวิธีที่จะทำให้สาวๆหายจากสิวโดยถาวร

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7

ในเมืองไทยปัจจุบันมีวิธีการรักษาสิวที่ได้ผลอย่างรวดเร็วอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่รวดเร็วมากที่สุด ลดน้ำหนัก ควรจะเริ่มจากการไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะกับคนที่มีอาการสิวอักเสบขั้นรุนแรง หรือพยายามรักษาสิวด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้นลักษณะของสิวบนใบหน้าเองก็มีความแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เมื่อแพทย์ทำการพิจารณาสภาพสิวแล้ว ก็มักจะแนะนำวิธีการรักษาสิวให้กับเราได้ เราก็จะสามารถเข้าใจและเข้าถึงวิธีการรักษาได้ง่าย การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นการเตรียมความพร้อม และเป็นการให้ความร่วมมือในการรักษา

  1. ยาทาสำหรับรักษาสิวเริ่มต้นจากใช้ยาสำหรับรักษาสิว ซึ่งมีอยู่หลายชนิด และมีจุดประสงค์ในการรักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อแก้ไขแต่ละสาเหตุในการเกิดสิว เช่น ลดการอุดตัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ลดรอยแดง อาหารเสริมลดน้ำหนัก ลดรอยแผลเป็น เป็นต้น ยาสำหรับการรักษาสิวนั้น มีทั้งชนิดที่ใช้สำหรับทาภายนอก ชนิดสำหรับใช้รับประทาน และชนิดที่ใช้สำหรับฉีด โดยแพทย์มักจะเริ่มต้นการให้ยาที่ไม่รุนแรงก่อน ดังต่อไปนี้ ยาสำหรับรักษาสิวนั้นมีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นยาที่ใช้ทาภายนอก เป็นยาทาแบบครีมที่ใช้สำหรับทาที่เป็นบริเวณสิวทั่วไป สรรพคุณของยาทารักษาสิวส่วนมากก็จะช่วยรักษาอาการอักเสบของสิว ช่วยผลัดเซลล์เก่าบริเวณนั้นออก หรือยาทาบางกลุ่มที่มีสรรพคุณช่วยให้สิวแห้งและยุบลงไปได้เลย
  2. ยาสำหรับรับประทานเพื่อรักษาสิว ยาจำพวกนี้จะแก้ไขเฉพาะคนที่มีอาการสิวอักเสบรุนแรง ขนาดที่ว่ายาทาเองก็เอาไม่อยู่ ต้องรักษาออกมาจากภายในเท่านั้น ซึ่งยาที่ต้องรับประทานอาจจะต้องมีสรรพคุณบางอย่างที่ช่วยยับยั้งฮอร์โมนที่มีโอกาสในการเกิดสิวของผู้หญิงเพื่อให้การรักษา สมุนไพรลดน้ำหนัก ภายนอกเป็นไปได้ง่ายขึ้น
  3. การฉีดยารักษาสิว วิธีนี้ก็เหมือนกรรับประทานยา แต่ว่าวิธีการนี้จะเห็นผลได้รวดเร็วทันใจสาวๆเป็นที่สุด ตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานบางส่วนของร่างกายที่ทำให้เกิดสิว แต่ถึงจะเป็นวิธีที่รวดเร็วก็จริง แต่ด้วยความที่มันมีผลข้างเคียงที่ไม่ดีตามมา จึงไม่ค่อยมีสาวๆคนไหนฉีดยาเพื่อรักษาสิวกัน เพราะมันอาจจะทำให้ผิวเปลี่ยนไปได้
  4. การกดสิวคือวิธีการที่จะทำให้สิวที่อุดตันอยู่บนใบหน้านั้นหลุดออกมา แต่วิธีนี้ก็อันตรายมากเพราะว่าเราต้องกดมันออกมาให้หมด มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นสิวอักเสบต่อไป วิธีการกดสิวจะมีวิธีการโดยเฉพาะของมันอยู่แล้ว ถ้าสาวๆอยากจะใช้วิธีการกดสิวต้องศึกษาวิธีการกดให้ดีเสียก่อนเพื่อให้มันปลอดภัยทีสุด
  5. การฉายแสงเลเซอร์รักษาสิว วิธีนี้ก็เยี่ยมมากเพราะมันสามารถเห็นผลได้รวดเร็วทีเดียว มันการทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวผ่านผิวหนัง วิธีการนี้เมื่อทำเสร็จแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงต่อผิวหนังไม่มากก็น้อย ถ้าเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดใดหลังทำแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ทันที

วิธีการรักษาสิวแต่ละวิธีส่วนมากก็ต้องอาศัยความอดทนเพราะต้องรอเวลากว่าจะได้เห็นผล แต่บางวิธีนั้นก็ไม่ต้องรออะไรเลย แต่ถึงอย่างไรก็มีความเสี่ยงในเรื่องของผลข้างเคียงอยู่ดี สาวๆไม่เคยมีสิวบนใบหน้าอาจจะสัมผัสไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร สาวๆลองเอาอะไรก็ได้มาติดไว้ที่ใบหน้าเป็นจุดเล็กๆให้เต็มหน้าเพื่อจะได้รู้ว่าคนเป็นสิวนั้นรู้สึกอย่างไร บางครั้งสภาพร่างกายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน คนที่มีสิวอักเสบเต็มหน้าบางคนก็ไม่เคยรู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไรดี ดังนั้นถ้าสาวๆคนไหนมีวิธีการดีดีก็ควรจะบอกต่อให้เพื่อนสาวได้รับรู้เป็นการช่วยเหลือคนอื่นด้วย  แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรเลือกวิธีการที่รุนแรงเลยซะทีเดียว สำหรับสาวๆที่มีปัญหาไม่มากนัก ลองหันมาดูแลและใส่ใจเรื่องผิวหน้าของตัวเองก็อาจจะช่วยได้ เพราะว่าส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันก็เริ่มมาจากการที่สาวๆไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างที่ควรจะดูแล ใส่ใจเรื่องชีวิตประจำวันของตัวเอง เรื่องอาหารการกินก็อาจจะช่วยได้ แต่ถ้ารู้สึกว่ายังแก้ปัญหาไม่ได้เท่าที่ควร ก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป อย่าซื้อยามากินเอง หรือยาทำอะไรด้วยตัวเองเพราะบางครั้งมันอาจจร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม

อายแชโดว สีสันของดวงตา

การแต่งหน้าด้วยวิธีการในการใช้อายแชโดวนั้น ชาดาวอินคา เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถสร้างความสวยงามให้ดวงตาเราได้ ไม่ว่าเราจะตกแต่งด้วยสีไหนก็ตาม แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันมาก่อนแล้วว่าในเรื่องของการแต่งหน้านั้นอย่างน้อยเราก็ต้องมีเทคนิควิธีการในการแต่งเพื่อเพิ่มความไม่ธรรมดาเข้าไป บางคนก็ทำให้สวยขึ้นได้เพราะเทคนิคเหมือนกัน

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b9%88

รูปร่างตาของสาวๆแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ชาลดน้ำหนัก ดังนั้นสาวๆต้องรู้จักเทคนิควิธีการแต่งหน้าให้เข้ากับรูปหน้าตัวเองให้ได้ เพราะยุคนี้มันหมดยุคสมัยการแต่งหน้าเลียนแบบไปนานแล้ว ในเมื่อการทาอายแชโดวมันช่วยสร้างมิติให้กับดวงตาได้ ดังนั้นเราก็มาดูกันว่ามีวิธีไหนกันบ้างที่สามารถแต่งออกมาแล้วสวยวิ้งที่สุด

  1. สาวตาชิด ส่วนมากแล้วสาวๆตาชิดก็ค่อนข้างจะมีรูปหน้าที่ดีอยู่แล้วแต่ว่าบางครั้งถ้าสาวๆอยากให้ ดวงตานั้นห่างกันออกไปบ้าง วิธีการง่ายๆเลยก็คือควรจะทาอายแชโดวให้เข้มในส่วนที่อยู่หางตา แต่ส่วนที่หัวตานั้นห้าสีจางๆหรืออ่อนๆก็พอแล้ว ลดน้ำหนัก เพราะมันจะเด่นไปที่ช่วงหางตาให้ดูห่างไปยิ่งขึ้น
  2. สาวๆที่มีดวงตาลึกเข้าไปในเบ้าตานั้นจะยากต่อการแต่งด้วยอายแชโดว ควรจะใช้โทนสีอ่อนๆและสีสว่างในส่วนที่สามารถเห็นเปลือกตาได้ แต่ส่วนที่เป็นรอยพับเปลือกตาก็ให้ทาสีเข้ม เพื่อให้ดวงตาดูมีมิติได้มากยิ่งขึ้น
  3. สาวๆที่มีหางตาตกเมือแต่งตาออกมาแล้วนั้นมักจะดูไม่ดีนัก ดังนั้นวิธีการทาอายแชโดวของสาวๆที่มีหางตาตก ให้ทาตั้งตั้งแต่บริเวณหางตาเข้ามาจนถึงหัวตา ช่วงที่หางตานั้นอาจจะปัดเป็นเส้นเข้าไปเล็กน้อยเพราะว่ามันจะได้ช่วยทำให้ดวงดามีความโฉบเฉี่ยวขึ้น
  4. หนังตาพับเป็นชั้นให้เลือกสีในโทนที่เบามากกว่า ชาสมุนไพรดาวอินคา งดการเน้นการแต่งตาด้วยประกายที่วิบวับเพราะว่ามันจะทำให้ดวงตาเป็นจุดเด่นและแลเห็นรอยพับได้มากขึ้น
  5. สาวๆตาโปน ดูโดยทั่วไปแล้วก็เหมือนกับสาวตาบวม ดังนั้นอย่าใช้ประกายหรือสีอ่อนสีสดใสเป็นอันขาด เพราะว่ามันจะทำให้ตาดูบวมขึ้นมาทันที ควรเลือกใช้สีเข้มแต่ไม่ควรให้หนามากเกินไป เพื่อไม่ให้ตาดุ
  6. สาวตากลม ความจริงแล้วเป็นตาที่สามารถแต่งได้ง่ายมาก เพราะรูปตาก็ดูดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเพิ่มความสวยให้มากยิ่งขึ้นสาวๆต้องเน้นการแต่งตาที่หางตาให้เข้มกว่าเดิม ไปให้ถึงหางคิ้ว ซึ่งมันจะทำให้ดวงตามีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
  7. สาวที่มีดวงตารูปเม็ดอัลมอนด์เป็นรูปแบบของดวงตาที่แต่งได้ง่ายที่สุด จะสามารถแต่งแบบไหนก็ได้ตามใจชอบ อาจจะเพียงแค่เพิ่มสี ชาสมุนไพร เพื่อให้ดวงตามีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

วิธีการทาอายแชโดวนั้นมันมีหลายรูปแบบ โดยส่วนมากแล้วสาวๆชอบที่จะไล่ระดับสีของอายแชโดวไปเรื่อยๆ เพื่อความมีเสน่ห์มากขึ้น อย่างเช่น สองสี สามสีบ้าง แต่หลักวิธีการทาที่ง่ายๆที่สุดก็คือ ควรทาบริเวณที่อยู่ใกล้ชิดตาให้เป็นส่วนที่เข้ม เพื่อเป็นการเน้นดวงตาให้โตขึ้น หลังจากนั้นก็ให้ใช้สีสว่างถัดมาเรื่อยๆเพื่อเป็นการผ่อนสีลง และหลังจากนั้นอาจจะใส่ไฮไลท์ให้ดวงตาดูสว่างได้มากยิ่งขึ้น

เทคนิคการแต่งหน้าด้วยอายแชโดว

  • เพื่อให้ดูสวยมากยิ่งขึ้นก็ไม่ยากเลย อันดับแรกนั้นเริ่มจากการทาครีมรองพื้นและทาแป้งให้เรียบร้อยหลังจากนั้นก็ทาได้ทันที เพราะถ้ากลับมาทาแป้งหลังจากที่ทาอายแชโดว จะทำให้สีอายแชโดวแลดูจะจางลง
  • ทุกครั้งที่ทาอายแชโดวสิ่งสำคัญคือต้องทาสีที่อ่อนสุดก่อนเสมอ เพราะว่าเราสามารถปรับทีหลังให้มันเข้มขึ้นได้ตามต้องการ แต่ถ้าเราเผลอทาสีเข้มไปแล้วนั้นการจะลบออกมันก็เป็นเรื่องยาก ถามยังจะทำให้หน้าเลอะได้อีกด้วย หลังจากนั้นก็เกลี่ยให้มันมีความสม่ำเสมอกันมากที่สุด
  • การทาอายแชโดว ให้มันติดทนนานตลอดทั้งวัน ตอนนี้มันจะมีอายแชโดวชนิดหนึ่งที่ผลิตออกมาเป็นครีม ตัวนั้นมันสามารถติดทนนานที่ดวงตาได้ทั้งวัน สาวๆอาจจะทาในแบบที่เป็นครีมก่อน หลังจากนั้นก็ทาแบบฝุ่น
  • การทำให้ดวงตาดูสดใสตอนนี้มันจะมีอายแชโดวชนิดหนึ่งที่เอาไว้สำหรับการทาใต้ตาของสาวๆ เพื่อให้มันมีประกายเน้นที่ดวงตาให้สว่างมากยิ่งขึ้น แต่ต้องคอยระวังอย่าให้มันมากเกินไป เพราะมันอาจจะกลายเป็นว่าเด่นเกินไปจนคนมองนั้นเกิดอาการแสบตาก็เป็นได้
  • และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในตอนสุดท้ายนั่นก็คือการล้างเครื่องสำอางและล้างอายแชโดวออกก่อนนอนทุกวัน เพราะว่าในช่วงเวลาที่เรากำลังหลับผิวหน้าก็ต้องการพักผ่อนเช่นกัน มันเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆที่ตาด้วย เพราะว่ามันรักษายาก

เรื่องการแต่งหน้าสามารถเสริมสวยบนใบหน้าของสาวๆได้โดยการใช้วิธีการง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องศัลยกรรม และที่สำคัญการดูแลรักษาผิวหน้าให้สุขภาพดี หน้าใสอยู่เสมอ มันก็เป็นการช่วยในการแต่งหน้าให้ง่ายมากขึ้น หรือบางคนไม่ได้สวยมาก แต่หน้าใส สุขภาพดี แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยก็สวยได้แล้ว

ครีมรักษากระ ทำเองได้ ง่ายจัง

ใบหน้าคนเรานั้นมีอุปสรรคของปัญหาในการดูแลให้สวย Phyteney ใส เกลี้ยงเกลา มากมาย ทั้ง สิว ริ้วรอย หลุมสิว สิวอักเสบ ฝ้า และ กระ  เพราะใบหน้าเป็นสิ่งที่บอบบางมาก และได้รับผลกระทบง่ายมากอีกด้วย และที่สำคัญใบหน้าต้องเผชิญกับทุกสภาพอากาศ และมลภาวะแบบไม่มีที่ปกปิด

เพราะทุกๆครั้งออกไปเผชิญกับแสงแดดนอกบ้านบ่อยๆ ในระยะเวลานานๆ จะสังเกตเห็นว่าผิวบริเวณใบหน้าของตนเองบริเวณที่ถูกแสงแดดเป็นประจำนั้นเริ่มปรากฏจุดสีน้ำตาลกระจายไปทั่วใบหน้า บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ยาลดน้ำหนัก ทำให้คุณมีใบหน้าไม่เรียบเนียน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีผิวขาว จะเห็นรอยสีน้ำตาลเด่นชัดกลายเป็นที่สนใจแบบสะดุดตาในทางที่ไม่สร้างความน่ามองได้เลยทีเดียว  คุณจะเกิดความไม่มั่นใจในทันทีเลย เพราะ นั่นคือ คุณมีกระ เกิดบนใบหน้าขึ้นแล้ว และนั่นมาจาก แสงแดดที่ใบหน้าได้รับผลกระทบโดยตรงนั่นเอง

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2

กระ คืออะไร กระคือ ความผิดปกติของสีผิว ลดน้ำหนัก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลมักเกิดกระจายอยู่ทั่วใบหน้า กระสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเพศหญิงและชาย และมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น ใบหน้า ลำคอ แขน เป็นต้น หรือเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ กระมักจะมีสีเข้ม ซึ่งจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อนที่มีแสงแดดรุนแรง  และจะจางลงในช่วงที่ไม่มีแสงแดดรุนแรงเช่นช่วงฤดูหนาว

ประเภทของกระ แบ่งได้เป็นประเภทต่างๆดังนี้

  1. กระตื้น มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ไฟทินี่ มักมีขนาดเล็กไม่เกิน 5 เซนติเมตร มักเกิดขึ้นกระจายทั่วบริเวณใบหน้า เมื่อถูกแสงแดดยิ่งจะมีสีเข้มมากขึ้น แต่หากไม่โดนแสงแดดเป็นเวลานานๆสีของกระก็จะจางลงไปเอง
  2. กระลึก มีลักษณะเป็นจุดน้ำตาลเทา เห็นเป็นเงาลึก ส่วนใหญ่มักจะพบว่าขึ้นอยู่ในบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง
  3. กระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีดำ เป็นก้อนเล็กๆ อาจจะมีผิวที่เรียบหรือผิวที่ขรุขระก็ได้ บางครั้งมีลักษณะคล้ายเป็นหูด มักพบบริเวณใบหน้าและลำคอ
  4. กระแดด มีลักษณะเป็นดวงๆสีน้ำตาล ผิวเรียบส่วนใหญ่มักพบว่าเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้สูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ อาหารเสริมลดน้ำหนัก กระแดดมักพบมากในคนแถบเอเชีย เพราะเกิดจากการขึ้นของเม็ดสีผิดที่

วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดก็คือ การพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวถูกแสงแดด ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากจำเป็นต้องทำงานกลางแดด หรือต้องไปเผชิญกับแสงแดดจัดๆ ก็ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้ามิดชิดกันเอาไว้ จะสังเกตได้ว่า คนทำงานกลางแดดทั้งวัน เป็นต้นว่า ชาวไร่ ชาวนา กรรมกร  คนทำงานก่อสร้าง คนทำงานเก็บขยะ ทุกจะสวมเสื้อผ้ามิดชิด ชนิดไม่เห็นใบหน้ากันเลยเปิดเอาไว้ก็แค่เฉพาะ จมูก และ ตา เท่านั้น เพราะป้องกันตัวเองจากแดงงแดดจัด และฝุ่นละอองที่หายใจเข้าไป หรือแม้แต่ ตำรวจจราจร เองก็จะสังเกตได้เข่นกัน อุปกรณ์เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นก็ปกปิดร่างอย่างน้อย ป้องกัน ฝุ่น ป้องกันควันจากท่อไอเสียที่ต้องสูดดมเข้าไปแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้น้อยลง  หลายคนต้องมีปัญหากับระบบภายในร่างกายและปอด จนบางคนมีอาการรุนแรงถึงกับเป็นโรคร้ายก็มาก แต่ด้วยหน้าที่ด้วยการงาน จึงต้องมีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติแบบเลี่ยงไม่ได้ การป้องกันตนเองให้รับกับสภาวะต่างๆให้น้อยลงก็อาจจะเกิดความเสี่ยงที่มีอันตรายกับร่างกายในภายหน้าให้ลดจากอันตรายให้น้อยลงส่วนหนึ่ง

มีวิธีและสูตรสำหรับการทำการรักษากระได้ด้วยตนเองแบบง่ายๆที่ทุกคนสามารถลองทำกันได้ดังนี้

  1. สูตรกระเทียม นำกระเทียมมาฝานให้มีขนาดเท่าๆกับเม็ดถั่วเขียว จากนั้นนำไปวางไว้บริเวณที่เป็นจุดกระ ทิ้งเอาไว้ 6 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออกและควรทำซ้ำทุกๆ 3 วัน วิธีนี้คุณอาจจะต้องมีเวลาสักหน่อย เพราะต้องใช้เวลานานพอสมควร และทำต่อเนื่องกันจึงจะเห็นผล
  2. สูตรว่านหางจระเข้ นำเอาวุ้นข้างในของว่านหางจระเข้ มาปั่นให้ละเอียดแล้วทาบริเวณที่เกิดกระขึ้น หรืออาจจะใช้เจลว่านหางจระเข้แทนก็จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 – 10 นาที ทำวันละสองครั้ง เวลาเช้าและก่อนนอน วิธีนี้ดีในเรื่องของใช้เวลาไม่นานมากนักแต่อาจจะหาว่านจระเข้ยุ่งยากอยู่บ้าง
  3. สูตรใบกระเพราแห้ง ให้นำใบกระเพราแห้งมาปั่น จนกระทั่งได้ปริมาณประมาณ 3 – 4 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเติมน้ำที่ผ่านการต้มประมาณ 100 มิลลิลิตร คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแช่เย็น จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นกระวันละ 2 ครั้ง
  4. สูตรน้ำมะนาว นำน้ำมะนาวแต้มบริเวณที่เป็นกระ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกจากนั้นทำการซับใบหน้าผากให้แห้ง
  5. สูตรนมเปรี้ยว ให้เลือกใช้นมเปรี้ยวที่มีรสธรรมชาติ เพราะจะมีกรดแซลติดที่สูงมากกว่านมชนิดอื่นๆจากนั้นนำนมมาแต้มบริเวณที่เป็นกระ เล็กน้อยทิ้งเอาไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก
  6. สูตรหัวไชเท้า นำหัวไชเท้ามาล้างน้ำให้สะอาดแล้วฟานจนเป็นแผ่นบางๆจากนั้นถูบริเวณที่เป็นกระวันละ 5-10 นาทีแล้วล้างออก
  7. สูจรน้ำมันมะพร้าวและมะนาว นำน้ำมันมะพร้าวมาผสมรวมกันน้ำมะนาวในปริมาณที่เท่าๆกันแล้วคนผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงนำไปแต้มบริเวณที่เป็นกระเป็นประจำทุกวัน จะสามารถลบริ้วรอยกระให้ลดน้อยลง
  8. สูตรน้ำมะขามเปียกและน้ำผึ้ง คั้นเอาน้ำมะขามเปียกแล้วนำไปตั้งไฟอ่อนจนสุกแล้วผสมเข้ากับน้ำผึ้งคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นกระ ทิ้งเอาไว้ 1 ชั่วโมงแล้วล้างออก
  9. สุตรข้าวโอ๊ตและมะม่วงหิมพานต์ นำข้าวโอ้ตและมะม่วงหิมพานต์มาบดผสมให้เข้ากันผสมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยแล้วคนจนเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นเอาส่วนผสมมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
  10. สูตรหัวผักกาด นำหัวผักกาดมาหั่นให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาในบริเวณที่เป็นกระให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น กระจะค่อยๆจางลงใน 15 วัน
  11. สูตรไข่ขาวดิบ นำไข่ขาวดิบโดยเฉพาะไข่ขาวที่อยู่รอบๆไข่แดงซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการลดรอยจากกระได้มากที่สุดทาลงบนใบหน้าส่วนที่เป็นกระวันละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  12. สูตรแตงกว่า นำแตกกว่ามาฝานให้เป็นแว่น ให้บางมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้วางไว้บนใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นกระ
  13. สูตรมะเขือเทศและน้ำมะนาว นำมะเขือเทศมาคั้นน้ำให้ได้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะแล้วนำไปผสมกับน้ำมะนาวในปริมาณที่เท่ากันจนเป็นเนื้อเดียวกันล้างหน้าให้สะอาดและซับให้แห้งจากนั้นจึงเอาส่วนผสมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  14. แบบี้ออย ผสมน้ำมะนาว นำแบบี้ออยผสมเข้ากับน้ำมะนาวในปริมาณที่เท่าๆกัน นำส่วนผสมมาทาบริเวณที่เป็นกระ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
  15. สูตรน้ำผึ้งอุ่นๆ นำน้ำผึ้งไปทำการอุ่นและควรระวังอย่าให้อุณหภูมิของน้ำผึ้งสูงจนเกินไปเพราะอาจทำให้หน้าไหม้ได้เมื่อทำการทาจากนั้นนำวีกเจิร์นมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันนำมาพอกหน้าพร้อมกับนวดด้วยนิ้วเบาๆหลังจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็น
  16. สูตรหอมแดง นำหอมแดงมาหั่นครึ่งแล้วนำมาทูบริเวณที่เป็นกระสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หอมแดงจะช่วยกำจัดรอยกระและจุดด่างดำให้จางลงจนเป็นธรรมชาติ
  17. สูตรขมิ้นและงา ผสมขมิ้นและงาในสัดส่วนเท่าๆกันแล้วนำมาบดผสมกับน้ำเปล่าให้เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นเอาส่วนผสมที่ได้ไปพอกหน้าทิ้งเอาไว้ให้แห้งนาน 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  18. สูตรแครอทต้มกับน้ำมะนาว นำหัวแครอทไปทำกาต้มในน้ำเดือดประมาณ 15 นาทีแล้วนำมาผสมกับน้ำมะนาวให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำส่วนผสมที่ได้นำมาพอกหน้าทิ้วไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
  19. สูตรน้ำส้มสายชู นำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากันแล้วนำส่วนผสมที่ได้ไปทำความสะอาดที่หน้าบริเวณที่เป็นกระควรเลือกน้ำส้มสายชูที่ผลิตจากแอปเปิ้ลหรือผลิตจากธรรมชาติ
  20. สูตรมะละกอ นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นจนละเอียดจากนั้นนำมาพอกหน้าโดยเว้นบริเวณดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ข้อควรระวังเนื่องจากวิธีต่างๆมักใช้มะนาวเป็นส่วยผสมจึงควรทดลองใช้กับจุดเล็กๆก่อนเพื่อทดลองใช้กับผิวพรรณคุณว่าจะมีอาการแพ้มะนาวหรือไม่ หากไม่มีอาการแพ้ หรือปวดแสบปวดร้อนจนผิดปกติจึงค่อยเพิ่มบริเวณจุดอื่นๆมากขึ้น แต่หากมีอาการควรหยุดใช้ทันที

การทำด้วยตนเองก็ต้องดูผลกระทบและดูเวลาในแต่ละวันที่สะดวกต่อตัวคุณเองด้วย และที่สำคัญอย่ารีบร้อน คิดไว้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณดูแลใบหน้าจากกระด้วยวิธีดังกล่าวด้วยตัวคุณเองนอกจากคุณจะมีความสุขเพลิดเพลินแล้วยังได้พักผ่อนไปในตัวด้วย

การลดน้ำหนักของผู้ชายทำได้อย่างไร

ปัจจุบันการลดน้ำหนักแน่นอนไม่ใช่มีเพียงสำหรับผู้หญิงเท่านั้น ที่มีความต้องการในเรื่องนี้เพราะ ปัจจุบันนี้ชายอย่างเราๆก็มีความต้องการลดหุ่นด้วยเช่นกัน เดียวนี้ต้องดูแลตนเองกันเสียหน่อย ซึ่งจุดมุงหมายก็แล้วแต่บางคน บางคนเพื่อความดูดีในตนเอง บางตนเพื่อความคล่องแคล่วในในชีวิตประจำวัน และบางคนทำเพื่อคุณสาวๆเพื่อนเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้ ลองคิดดูสิหากคุณมีพุงหน้าท้องนูนออกมาแทนการมีแผ่นซิกแพกละ สาวๆจะมองคุณอย่างไร อาจจะมองดูคุณเป็นคนขี้เกียจไปเลยก็ได้ แบบนี้ผู้หญิงเขาคนไม่เอามาทำสามีแน่

แน่นอนหากคุณเป็นคนกินจุหรือทานมากนั้นเองคงไม่พ้นเรื่องปัญหากวนใจอย่างแน่นอน ปัญหานั้นอย่างที่รู้กันนั้นคือ พุง หรือความอ้วน ผู้ชายหากคุณเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนท้วม จุดนี้ก็เป็นเหมือนจุดด้อยของคุณอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำให้เราแพ้ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาวๆ หรือจะการใช้ชีวิตที่ลำบาก(บางคนที่อ้วนมาก)อีกทั้งโรคก็มักจะมารุมเร้าคนที่อ้วนด้วย ซึ่งทำให้บางคนเบื่อและอยากจะลองหันมาศึกษาวิธีต่างๆเพื่อลดความอ้วนกัน บทความนี้ก็มีเรื่องน่ารู้มาฝากสำหรับคุณผู้ชายกันด้วย

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a22

ปัจจัยของความอ้วน

1.เรื่องอาหาร การทานอาหารเป็นอย่างหนึ่งที่คนเราให้ความสำคัญมากเพราะอะไร อาจจะด้วยเพราะความหิวหรือความอร่อนนั้นเองหากจะมองให้ดีแล้วการทานอาหารจะมายุ่งเกี่ยวกับเรามากไม่ว่าจะทำอะไรเราก็มักจะกินกันสะทุกอย่างถ้าจะให้ดีควรทานอาหารเฉพาะมื้อที่ทานก็เพียงพอแล้วไม่ควรทานจุจิกไปเรื่อยๆ

2. ความขี้เกียจ สิ่งนี้เป็นได้ในหลายๆด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นการขี้เกียจลดน้ำหนัก หรือไม่อยากไปออกกำลังกาย ทำให้ไขมันในร่างกายเราพอกเพิ่มพูนได้ตลอดเวลา

เรามาหาทางลดน้ำหนักกันดีกว่า เพิ่มซิกแพกให้กับหน้าท้องเรากัน

1. ร่างกายไม่สามารถเลือกกำจัดเฉพาะไขมันที่พอกอยู่ที่พุงได้ คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนขึ้นลิฟต์ หรือจอดรถไกลๆ แล้วเดินเร็ว ๆ เพื่อให้ทันเข้าประชุม หรือซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่สัก 2 ขวดหิ้วไว้ให้แขนทั้งสองข้างก่อน เริ่มเดินช็อปปิ้งกับหวานใจ และหากเธอทำงานอยู่ใกล้ ๆ ลองงดการโทรศัพท์ แล้วใช้วิธีเดินไปหาแทน จะได้เผาผลาญไขมันที่สะสมไว้

2. งานวิจัยยืนยันมาว่า ไขมันจะสลายตัวได้ง่ายหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย็น ดังนั้นช่วงลดหน้าท้อง อาจต้องงดอบซาวนา หรือสตรีมสักเดือน หันมาอาบน้ำเย็นหลังการออกกำลังกาย แถมยังได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน อีกต่างหาก หากออกกำลังกายมาเหนื่อยๆได้อาบน้ำสักหน่อยคงสบายไม่เบา

3. ย่ามัวแต่บริหารหน้าท้องอย่างเดียว คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัวด้วย การเน้นกล้ามเนื้อท้องอาจทำให้หน้าท้องคุณกลายเป็นซิกแพ็ก แต่ถ้าไขมันไม่หายไปซิกแพ็กก็อาจเหลือแค่แพ็กเดียว ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การเล่นกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพกเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด เช่นการปั่นจักรยานเล่นก็ได้ เป็นการบริหารได้หลายอย่างเลยทีเดียวโดยเฉพาะต้นขา

4.ไม่ต้องถึงกับฟิตหน้าท้องทุกวันหรอก ลองจัดโปรแกรมฟิตกล้ามเนื้อหน้าท้อง 2-3 เซ็ต ไว้สักสองวันต่อสัปดาห์ สลับกับการเล่นส่วนอื่น ๆ ด้วยการเล่นที่เหมาะสมอาจทำให้กล้ามเนื้อมีเวลาฟอร์มตัวได้ดีกว่า และทำให้กล้ามท้องเกิดได้เร็วกว่าด้วย แต่ก็อย่าหักโหมจนมากเกินไป เพราะอาจจะมีผลเสียมากกว่าผลดีได้

5. จุดอ่อนที่ทำให้พุงเกิดอยู่เสมอคือ คุณมีท่ายืนหลังค่อม ทำให้พุงดูเป็นกองไขมันน่าเกลียดน่ากลัว แม้จะไม่อ้วนก็ตามที การยืนหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จะกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ตึงตัวตลอดเวลา ฝึกยืน เดิน และออกกำลังกายในท่าตรงหลังเสมอ จะทำให้คุณสมาร์ตทั้งตัว ไม่ใช่แค่พุง

6 .ทานมื้อเย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะมีผลต่อการหลั่งโกรทฮอร์โมน เพราะฉะนั้น วางแผนกินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น งดปาร์ตี้และบุฟเฟต์รอบดึก เผลอ ๆ สิ้นเดือนอาจเหลือค่าขนมมาซื้อกางเกงตัวใหม่ ต้อนรับเอวที่กระชับของคุณได้

7. ควบคุมการทำงานในช่องปากของคุณในแต่ละมื้อ การรับประทานอาหารช้า ๆ จะช่วยควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายครบถ้วนทุกมื้อถ้าเป็นไปได้ การรับประทานอาหารช้าจะจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มไวกว่าเดิมได้

8. เหล้าและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีผลทำให้พุงคุณป่องออกมาได้ เพราะฉะนั้นลงมือจัดการเกี่ยวกับตัวปัญหาตั้งแต่วันนี้กันเลย การดื่มเหล้าประโยชน์ของมันไม่มีเลย แล้วเราจะมาดื่มกันทำไมละ คุณเชื่อไหมว่าการดื่มเหล้ามากๆจะทำให้ท้องท้องของคุณที่เคยมีซิกแพกได้กลับกลายมาเป็นพุ่งที่ว่าเกลียดได้

9. ข้านอนเร็ว ดับไฟ งดดูทีวีก่อนนอน ฝึกทำสมาธิเพื่อการหลับสมบูรณ์ที่สุด เพื่อโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงหลับ เป็นกุญแจสำคัญที่เร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างราบคาบ