อาหารเหล่านี้ที่ทำให้ท้องอืด

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7

อาการท้องอืด หากใครเคยเป็นก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่ามันอึดอัดแค่ไหน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สะดวก และคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพราะการที่เราทานอาหารมากเกินไปจึงทำให้ท้องอืด แต่จะเพราะอะไรวันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า อะไรที่เป็นตัวที่ทำให้ท้องอืด อาการนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากการกินมากเกินไป แต่อาจเกินจากอาหารที่เราทานเข้าไปก็ได้นะคะ

-โยเกิร์ต

จริงอยู่ที่โยเกิร์ตนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย แต่โยเกิร์ตบางชนิดก็ส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะโยเกิร์ตคือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม โดยจัดอยู่ในกลุ่มของนมเปรี้ยวที่ได้จากการหมัก และอุดมด้วยน้ำตาลแล็กโทส ทำให้เกิดการหมักอยู่ในลำไส้กลายเป็นฟองแก๊ส จึงรู้สึกเหมือนมีลมและปั่นป่วนอยู่ภายในท้อง การกินกรีกโยเกิร์ตรส ธรรมชาติ ซึ่งมีน้ำตาลเพียง 12 กรัมและให้โปรตีนสูง ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนโยเกิร์ตที่ปราศจากไขมันหรือแบบไขมันต่ำอาจมีน้ำตาลสูงถึง 30 กรัม ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สในท้องมากยิ่งขึ้น

-ถั่ว

ถั่ว จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยให้เป็นน้ำตาลได้ยาก (Resistant Starch) หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นเส้นใยอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้ตามธรรมชาติ หรือไม่ถูกดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด โดยทั่วไปมักพบในประเภทถั่วเปลือกแข็งทั้งหลาย สำหรับวิธีรับประทานถั่วอย่างมีความสุขนั้น ดร.Greer บอกให้นำถั่วเปลือกแข็งแช่น้ำไว้ค้างคืน ความชุ่มฉ่ำจากน้ำจะช่วยให้ถั่วอ่อนนิ่มและยับยั้งคาร์โบไฮเดรตได้บางส่วน ทำให้ลดอาการท้องอืดที่อาจเกิดขึ้นได้

-ผักตระกูลกะหล่ำ

กะหล่ำปลี, บรอกโคลี และกะหล่ำดอก ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตประเภทที่เรียกว่าแรฟฟิโนส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบมากในธรรมชาติประกอบด้วยน้ำตาล 3 ชนิดคือ ฟรักโทส กลูโคส และกาแลกโทส ตามปกติแล้วร่างกายจะไม่สามารถย่อยน้ำตาลชนิดนี้ได้ในระบบทางเดินอาหารจนกว่าผักเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะถูกย่อยให้เล็กลงจากแบคทีเรียที่อยู่ในนั้น แต่กว่าจะย่อยได้หมด กากอาหารจากผักจะเกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊ส ดังนั้นวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายย่อยผักกะหล่ำได้ง่ายขึ้น คือนำไปอบหรือย่างให้สุกก่อนกินนั่นเอง

-หัวหอมใหญ่

เนื่องจากพืชผักตระกูลหอม ไม่ว่าจะเป็นต้นหอม หัวหอมแดง และหัวหอมใหญ่ มักดูดซึมในลำไส้ได้น้อย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำในลำไส้ ส่งผลให้เกิดแก๊สและท้องอืดตามมา -สารให้ความหวานสังเคราะห์ สารให้ความหวานอย่างซอร์บิทอล และไซลิทอลถือเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นส่วนประกอบในหมากฝรั่ง ซึ่งน้ำตาลแอลกอฮอล์เหล่านี้จะมีการดูดซึมในลำไส้เล็กได้ค่อนข้างช้า จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด แน่นท้อง และอาจท้องเสียได้

-ธัญพืช

ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ และข้าวโพดต่างก็มีส่วนประกอบของฟรุกแทน ซึ่งไม่สามารถย่อยได้เองตามธรรมชาติ และโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน การกินธัญพืชเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายเยื่อบุของลำไส้เล็กและเกิดแก๊สขึ้นในท้อง บางคนอาจมีอาการท้องเสีย หรือท้องผูกร่วมด้วย

-แตงโม

ผลไม้ที่ให้ความหวานตามธรรมชาติชนิดนี้อุดมไปด้วยน้ำตาลฟรักโทสในระดับสูงมาก โดย ดร.Greer ระบุว่า ประมาณ 30-40% ของผู้ที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมฟรักโทสได้อย่างเต็มที่นั้นจะนำไปสู่อาการท้องอืด บางครั้งอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

ไม่ว่าเราจะทานอะไรเราก็ควรที่จะทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะไม่ใช่อาหารที่เรากล่าวมาเท่านั้นที่จะทำให้ท้องอืด แต่ไม่ว่าจะอาหารชนิดไหนหากกินมากจนเกินไปก็ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้เหมือนกัน รู้อย่างนี้แล้วลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินกันดูนะคะ